[EWAW] 131082: 대전에 오신 것을 환영합니다. (3)

posted on 29 Jun 2013 16:24 by daejeonboy-commu
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู Exteen World Academy (EWAW) ซึ่งมีธีมหลักในการแปลงรัฐ/จังหวัด/เมืองต่างๆเป็นตัวละครครับ

นอกจากนี้ เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Event: Welcome to my place ของคอมมูดังกล่าวครับ
 
ตัวละครที่เกี่ยวข้อง
 
"4 พี่น้องตระกูลโฮ"

- โฮ ฮันบัท (เมืองแทจอน)
 
 
- โฮ ชุงนัม (จ.ชุงชองใต้ -> "พี่ใหญ่" ของฮันบัท)
- โฮ ชุงบุก (จ.ชุงชองเหนือ -> "พี่รอง" ของฮันบัท)
- โฮ ยอนกี (เมืองเซจง -> "น้องเล็ก" ของฮันบัท)
 
- คุณ A [ชาวเกาะ W ที่ตั้งของโรงเรียนที่ฮันบัทเรียนอยู่]
 
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
 
เอนทรีต่อเนื่องก่อนหน้านี้
 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 


"ยินดีต้อนรับกลับมานะ...ฮันบัท"


"ครับ...พี่ใหญ่" ผมผงกหัวให้ผู้ที่ผมนับถือเป็น 'พี่ใหญ่' "เดี๋ยวผมขอวางกระเป๋าในห้องก่อนนะครับ"


"อื้ม"
 
 
หลังจากที่ผมจัดการวางสัมภาระในห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องส่วนตัว ของผม กลิ่นกระดาษหนังสือในชั้นหนังสือ รูปถ่ายของผมและพี่น้องเก่าๆหลายรูป ความรู้สึกคิดถึงอดีตก็เริ่มหวนกลับมา....อืม ทำไมกันนะ แต่ผมเองคงไม่มีเวลาจะมานั่งรำลึกความหลังนานนักหรอก


ผมเลยไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ กินยา(ที่ผมวิจัยเอง)เพื่อกันน็อกระหว่างวันจากความเหน็ดเหนือยสะสมในการ เดินทาง เพื่อเตรียมตัวพาคุณ A ไปเที่ยวด้วยกันกับพี่รอง พอเดินมาถึงห้องนั่งเล่นของบ้าน ก็เจอคุณ A คุยกับพี่รองอยู่


"พี่รอง พี่ใหญ่ล่ะครับ?"


"ไปทำอาหารเช้าน่ะ"  พี่รองตอบก่อนหันหน้าไปทางห้องครัว แล้วพยายามร้องเพลงกล่อมน้องเล็กให้หลับ ผมรู้สึกว่าตั้งแต่น้องเล็กเกิดขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว พี่รองกับพี่ใหญ่ก็ดูเหมือนครอบครัวพ่อแม่ลูกสองเข้าไปทุกที ถึงแม้พี่น้อง 4 คนนี้จะเป็นผู้ชายหมดก็เถอะ

ซึ่งทั้งผมกับน้องเล็กก็แยกตัวออกมา จากพี่ใหญ่ ดังนั้นจะว่าพี่ใหญ่มีฐานะเป็น "แม่" ของผมก็ว่าได้ล่ะมั้ง จิตวิญญาณของดินแดนอย่างพวกผมก็มีอะไร "แปลกๆ" ต่างจากมนุษย์อย่างนี้เสมอล่ะ


"ทำอาหารเช้าเหรอ ขอฉันไปดูหน่อยได้ไหม อยากเห็นว่าการทำอาหารเกาหลีเป็นยังไงน่ะ" เหมือนผมจะสัมผัสได้ถึงประกายความอยากรู้อยากเห็นจากคุณ A และพี่รองก็คงสัมผัสได้ จึงส่งสัญญาณทางสายตาประมาณว่า "ฮันบัท...พาแขกไปเข้าครัวซะ"


ผมเลยพาคุณ A ไปที่ห้องครัว ซึ่งพี่ใหญ่ในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังทำ "บะหมี่เย็นแบบน้ำ" (มุลแนงมยอน - 물냉면) อยู่


"อ้าว...ไปพักผ่อนก่อนก็ได้นี่นา เดี๋ยวอาหารเช้ากับเที่ยงนี่เดี๋ยวพี่ทำเอง"


"คือคุณ A เขาอยากมาดูวิธีทำอาหารบ้านเราน่ะครับ"


"เมียฉันฝากอัดคลิปวิธีทำอาหารเกาหลีน่ะ บอกว่าไหนๆไปถึงที่ บอกว่าช่วยอัดมาให้ดูด้วย ขืนไม่ทำนี่ฉันโดนเมียเจี๋ยนแหงๆ" คุณ A ยิ้มเจื่อนๆ....เดี๋ยวนะ กล้องอัด VDO ในมือนั่น พร้อมจริงๆแฮะ
 
 
"ฮะๆ ก็ได้ครับ ผมเพิ่งเริ่มทำพอดี อัดทันอยู่ครับ" 


จากนั้นพี่ใหญ่ก็ทำแนงมยอนไป คุณ A ก็อัดคลิปไป รวมถึงตอนทำข้าวห่อสาหร่าย (คิมบับ - 김밥) ไว้เป็นมื้อเที่ยงสำหรับการปิคนิควันนี้


อันที่จริง....ผมก็ควรจะทำหน้าที่น้องชายที่ดีด้วยการเสนอตัวช่วย แต่พอคิดถึงฝีมือทำอาหารคงตัวเองก็เลยคิดว่าปล่อยให้พี่ใหญ่ทำไปดีกว่า


คลิปวิธีการทำมุลแนงมยอน


คุณ A มองมาทางคิมบับส่วนที่พี่ใหญ่ทำเสร็จแล้ว "เอ....มันดูคุ้นๆอยู่นา เหมือนฉันเคยเจอข้าวห่อสาหร่ายของญี่ปุ่นนะ"


"ต่างกันตรงที่ฝั่งเกาหลีจะคลุกข้าวกับน้ำมันงา ส่วนฝั่งญี่ปุ่นจะใช้น้ำส้มสายชูน่ะครับ"


คลิปวิธีการทำคิมบับ


          หลังจากที่พี่ใหญ่ทำอาหารเสร็จ ผมกับคุณ A ก็ช่วยยกมุลแนงมยอนไปเสิร์ฟ ส่วนพี่ใหญ่ก็จัดคิมบับพร้อมกิมจิใส่กล่อง จากนั้นก็มากินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา (ส่วนน้องเล็กนั้น พี่รองพาไปงีบในเปลแล้ว) ได้คุยกันถึงสารทุกข์สุขดิบหลังจากที่พวกผมพี่น้องแยกย้ายกันไป


         พอทานข้าวกันเสร็จ พี่ใหญ่อยู่ที่บ้านต่อเพื่อดูแลน้องเล็กกับทำอาหารมื้อเย็น ผมกับพี่รองก็เตรียมของสำหรับการพาคุณ A ไปเที่ยวเมืองของผม โดยมีธีมของวันนี้ ในเรื่อง "ศิลปวัฒนธรรม"


"เอ๊ะ พี่รอง...เอาคายากึมไปทำไมน่ะ" ผมทักขึ้นเมื่อเห็นพี่รองยกคายากึม (เครื่องดนตรีประเภทดีดของเกาหลี คล้ายกับกู่เจิ้งของจีน หรือโคโตะของญี่ปุ่น) ไปไว้ที่หลังรถ


"ไปปิคนิคกัน ก็น่าจะมีดนตรีคลอด้วย" เออใช่... ผมลืมไปว่าพี่รองแกชอบเล่นคายากึมนี่นา ผมเลยเอากลองจังโก (กลองรูปนาฬิกาทรายของเกาหลี) ไป เผื่อใช้ประกอบเวลาพี่รองเล่นคายากึม
 
 


สถานที่แรกที่พาคุณ A ไปคือ "อุทยานอูอัมซาจอก" (우암사적공원 - อูอัมซาจอกกงวอน - Uamsajeok Park) ครับ สำหรับที่นี่ พี่รองเป็นไกด์นำเที่ยวให้คุณ A เพราะสถานที่นี้สร้างสมัยที่ผมยังเด็ก (ยังเป็นหมู่บ้านชาวนาเล็กๆ) อยู่เลย
 
 
ประตูด้านหน้าอุทยาน
 
 
 
 
ศาลาหลังนี้แสดงสี 4 สีที่นิยมใช้ ในการประดับอาคารของบุคคลชนชั้นสูง ในช่วงสมัยโชซอน (หลังคากระเบื้องโค้งงอนสีดำ, ชายคา เสา รั้วสีเขียวและแดง และฐานเสาสีขาว) ซี่งมักพบได้บ่อยตามสิ่งก่อสร้างในพระราชวัง 5 แห่งที่บ้านพี่เยซอง (กรุงโซล)
 
 
 
 
 
 
"อุทยานอูอัมซาจอก" เป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมฝึกสมาธิของนักปราชญ์ในลัทธิขงจื๊อช่วงสมัยโชซอน ที่ชื่อว่า "อูอัม (นามปากกา) ซง ซียอล" ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ.1607-1689 ในตัวอุทยานมีสิ่งก่อสร้างอยู่ไม่กี่แห่ง ที่สร้างเพื่ออุทิศให้กับนักปราชญ์ผู้นี้ ได้แก่

- "นัมกันจองซา" (อาคารสถาบันของอูอัม ซงซียอล)
- ศาลา "คีกุกจอง"
- "ซงจาแดจอนพัน" (คลังสะสมงานเขียนหรืองานวรรณกรรมของอูอัม ซงซียอล)
 
 
 
 
 
 
 
 
ภาพเขียนที่วาดถึง อูอัม ซงซียอล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สถานที่แห่งที่ 2 ของวันที่ผมพาคุณ A ไปคือ "อุทยานทงชุนดัง" (대전 회덕 동춘당 - แทจอน ฮวีด็อก ดงชุนดัง - Dongchundang Park) สำหรับที่นี่ พี่รองก็เป็นไกด์นำเที่ยวให้คุณ A เช่นเดียวกันกับที่อุทยานอูอัมซาจอก
 
 
"อุทยานทงชุนดัง" เคยเป็นบ้านของ "ซง จุงกิล" ขุนนางในสมัยโชซอน โดยได้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1653 ตัวอุทยานซึ่งเป็นพื้นที่บ้านแบบเกาหลีโบราณนี้ได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำ 3 บ่อศาลา เสาชิงช้าเก่า และแผ่นป้ายชื่อที่อูอัม ซงซียอล เขียนเพื่อเป็นการยกย่องให้แก่ซง จุงกิล เมื่ปี ค.ศ.1678 ในปัจจุบันนี้ อุทยานนี้ได้ใช้เป็นสถานที่จัด "เทศกาลวัฒนธรรมทงชุนดัง" ซึ่งเป้นเทศกาลท้องถิ่นที่ได้จัดขึ้นทุกปี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สถานที่แห่งที่ 3 ซึ่งผม พี่รองกับคุณ A จะไปปิคนิคกันยามเที่ยงคือ "สวนรุกขชาติฮันบัท" (한밭수목원 - ฮันบัทซูโมกวอน - Hanbat Arboretum) สำหรับที่นี่ พี่รองให้ผมเป็นไกด์ให้คุณ A เพราะคิดว่าผมคงพอรู้เรื่องสายพันธุ์พืชมากกว่า แต่พี่รองก็คอยปรามๆผม เมื่อเห็นว่าผมเจาะเนื้อหาแนวชีววิทยาลึกเกิน จนคุณ A เริ่มงง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สวนรุกขชาติฮันบัทตั้งอยู่บริเวณ"อุทยานทุนซัน" (Dunsan grand park) ซึ่งในการวางผังเมือง ได้ให้พื้นที่อุทยานทุนซันเป็นอุทยานในเขตเมือง (Urban neighborhood park) เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1991 และเป็นย่านรวมศูนย์ทางด้านวัฒนธรรมย่านหนึ่งของมหานครแทจอน  เนื่องจากมีหน่วยงานและสถานที่ทางด้านวัฒนธรรมจำนวนมาก เช่น

- ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแทจอน (Daejeon Culture & Arts Center)
- ศูนย์วัฒนธรรมเยาวชนพยองซอง (Pyeongsong Youth Cultural Center)
- พิพิธภัณฑ์ศิลปะแทจอน (Daejeon Museum of Art)
- พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ลี อุงโน (Ungno Lee Museum of Art)
 
 
สวนรุกขชาติฮันบัท ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์ราชการแห่งชาติแทจอน และอุทยานเอกซ์โป เป็นสวนรุกขชาติในเขตเมืองที่สร้างโดยมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในมหานครแทจอน สวนรุกขชาติแห่งนี้ใช้งานหลายวัตถุประสงค์ ดังนี้
 
- เป็นแหล่งเก็บพันธุ์พืชไม้ใบหลายสายพันธุ์
- เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนทางด้านระบบนิเวศน์
- เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง
 
สวนรุกขชาติแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 387,000 ตารางเมตร (0.387 ตารางกิโลเมตร) และแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่
 
- ซอวอน (สวนฝั่งตะวันตก - ตั้งอยู่ทางเหนือของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแทจอน)
- ทงวอน (สวนฝั่งตะวันออก - ตั้งอยู่ทางเหนือของศูนย์วัฒนธรรมเยาวชนพยองซอง) ประกอบด้วยสวนต่างๆ 19 ประเภท เช่น สวนไม้พุ่มจำพวกแมกโนเลีย, สวนพืชสมุนไพร, สวนหิน และสวนพืชผลไม้
- จัตุรัสนัมมุน
 
 
สำหรับสวนย่อยอื่นๆ ที่อยู่ในสวนรุกขชาติฮันบัท ได้แก่ 
 
- สวนดอกมูกุงฮวา (ดอกไม้ประจำชาติของเกาหลี)
- อุทยานพันธุ์ไม้ใบช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Autumn foliage forest)
- อุทยานต้น queritron (queritron forest)
- อุทยานพันธุ์ไม้สน (pine tree forest)
- อุทยานระบบนิเวศน์ (eco forest)
- อุทยานพันธุ์ไม้ป่าสนเขา (coniferous forests)
- อุทยานสำหรับทำสมาธิ (forest of meditation)
- สวนแห่งความรู้สึก (garden of senses)
- สวนพื้นที่ชุ่มน้ำ (wetland garden)
- อุทยานต้นหลิว (willow tree forest)
- ลานหญ้าสาธารณะ (grass plaza)
- ศูนย์การเรียนรู้นอกอาคาร (outdoor learning center)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สวนรุกขชาติฮันบัทยามค่ำคืน ส่วนสะพานด้านหลังเป็นสะพานข้ามคลองคับชอนไปยังอุทยานเอกซ์โป
 
 
เมื่อผมพาคุณ A ชมอุทยานเสร็จ ก็หาพื้นที่เหมาะๆ ในการหาที่กินมื้อเที่ยงกัน ซึ่งก็ได้พื้นที่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ที่ผมตรวจสอบพบไม่มีรังของแมลงที่เป็นภัยต่อคุณ A อยู่บนนั้นหรือแถวนั้น (เช่น มด ผึ้ง ตัวต่อ) เลยเอาผ้ายางมาปูนั่งกินมื้อเที่ยง ขณะที่ผมกัคุณ A กินคิมบับอยู่นั้น พี่รองก็เอาคายากึมมาเล่นเพลงบรรเลงพื้นบ้านของเกาหลีด้วย (อย่างเพลง "ชุนซอล")
 
 
เพลงบรรเลงคายากึม "ชุนซอล" (หิมะฤดูใบไม้ผลิ) บรรเลงโดย ฮวาง บยุงกี  
 
พอผมกินมื้อเที่ยงส่วนของผมเสร็จ พี่รองก็ส่งสัญญาณทางสายตาว่า "จะเล่นคายากึมซันโจ มาเล่นกลองประกอบหน่อย" ผมก็เลยไปเล่นประกอบด้วย
 
อธิบายสักหน่อย....ซันโจ (ฮันกึล:산조 ฮันจา:散調) หากแปลตรงตัวจะได้ว่า "ท่วงทำนอง(調)ที่กระจัดกระจาย(散)" เป็นรูปแบบดนตรีพื้นบ้านของเกาหลีที่จะเล่นดนตรีชนิดหนึ่งคู่กับกลองจังโก โดยจะมีชื่อตามเครื่องดนตรีที่เล่นประกอบกับกลองจังโก เช่น
 
- คายากึมซันโจ = การบรรเลงซันโจระหว่างคายากึม+กลองจังโก
- แทกึมซันโจ = การบรรเลงซันโจระหว่างขลุ่ยแทกึม+กลองจังโก
 
 
การบรรเลงคายากึมซันโจหมู่ ทำนอง"คิมจุกพา-รยู" ทางสถานีโทรทัศน์ SBS
 
 
 
พอผมเล่นคายากึมซันโจกับพี่รองเสร็จ ก็พบว่าคุณ A หลับไปเรียบร้อยแล้ว....หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนสินะ

ส่วนพี่รองก็ได้กินมื้อเที่ยงอยู่นะครับ (กินคิมบับทีหลัง เห็นชมด้วยว่าฝีมือทำอาหารของพี่ใหญ่พัฒนาขึ้นด้วย...สมแล้วที่เป็นคนรู้ใจกัน /อ๊ะ คำพูดเมื่อกี้ช่างมันเถอะครับ)
 
แต่ผมคาดว่าดนตรีพื้นบ้านยามบ่ายวันนี้...คุณ A คงไม่หลับหรอก(มั้ง?)
 
 
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
จาก ผปค.ฮันบัท (หนุ่มแทจอน)

- ดองการบ้านนานข้ามเดือนกันเลย /โดนเจ้าฮันบัทจับกรอกสารเคมีบางอย่าง
 
- ในตอนนี้เป็นแค่ช่วงสายถึงช่วงเที่ยง ที่ฮันบัทกับชุงบุกพาคุณ A เที่ยวเมืองแทจอนครับ แต่โควต้าอัพโหลดไฟล์ในบล็อกนี้เต็มแล้ว คงกลับมาเขียนใหม่ได้หาก ผปค.ว่าง+ได้โควต้าอัพโหลดกลับมาใหม่ครับ
 
- เนื่องจากผมเองก็ไม่เคยไปเมืองแทจอน เลยอาศัยข้อมูลอ้างอิงและรูปประกอบจากทางองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ครับ
 
อุทยานอูอัมซาจอก: http://www.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=1370729
อุทยานทงชุนดัง: http://www.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=1370575
สวนรุกขชาติฮันบัท: http://www.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=1635226
 
- ส่วนเรื่องของซันโจ ผมเอามาจากส่วนหนึ่งใน en.wikipedia.org/wiki/Sanjo_(music) ไม่ได้เอามาทั้งหมดเพราะจะหลุดประเด็นหลักของเอนทรี่ครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet