เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู 
 
คำเตือนจากคอมมูดังกล่าว
 
"จุดมุ่งหมายของคอมมูนิตี้นี้คือการได้รับความสนุกสนานและแฝงด้วยความรู้จากข้อมูลของแต่ละเมืองรวมถึงประเทศตามลักษณะ ของ Himaruya Hidekaz ผู้สร้าง Axis Powers Hetalia ซึ่งทางเราไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่าหรือสิ่งอื่นใด
 
หากท่านไม่ชมชอบคอมมูนิตี้นี้ โปรดวางตัวเฉยแล้วกด x ออกจากหน้าบล็อกเลยครับ"
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
คำเตือนจาก ผปค. เนื้อหาในเอนทรี่นี้ค่อนข้างยาว จึงแนะนำเพลง "สาวลาวบ่าวไทย" คลอเพื่อให้เข้าบรรยากาศเรื่อยๆสบายๆครับ
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 

อาคารฉากหลัง คือ "หอคำเมืองหลวงพระบาง" (ทาง ผปค. เคยเขียนไว้เป็นบทความที่บล็อกหลักอยู่ครับ)
 
 
 
 

ชื่อแขวง: ແຂວງຫຼວງພະບາງ / แขวงหลวงพระบาง / Luang Prabang Province

 

ทวีป: เอเชีย

 

ประเทศ: สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

ชื่อมนุษย์: ຊຽງທອງ ຂອງສມບູນ (เซียงทอง ของสมบูน -> ถ้าเขียนแบบภาษาไทยจะเป็น “เชียงทอง โขงสมบูรณ์” / Xiengthong Khongsomboon)

 

ที่มาของชื่อมนุษย์:
ຊຽງທອງ (เซียงทอง) -> ชื่อเดิมของเมืองหลวงพระบาง
ຂອງສມບູນ (ของสมบูน) -> สื่อว่าเป็นเมืองสำคัญของลาวที่อยู่ริมแม่น้ำโขง (ภาษาลาวเรียก ແມ່ນ້ຳຂອງ “แม่น้ำของ”)

 

ชื่อเล่น (?): ຫຼວງ “หลวง” (ชื่อเล่นนี้เจ้าตัวให้เรียกได้เฉพาะคาร์แรกเตอร์จากลาว มาจากการที่คนลาวเรียกหลวงพระบางว่า “เมืองหลวง”) / ຊຽງ “เซียง”

 

อายุ: 17 ปี (ตีความจากการเป็นเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์ลาวแห่งแรกๆ)

 

เพศ: ชาย

 

ส่วนสูง/น้ำหนัก: 167 cm/57 kg

 

สีผม/สีตา: ดำทั้งสีผมและสีตา นอกจากนี้ ทรงผมแสกกลางของเซียงทอง ดัดแปลงมาจากคาร์แรกเตอร์ประเทศลาวจากการ์ตูน ASEAN-V ของ cocon


แผนการเรียน: ศิลป์ (จากลักษณะของเมืองที่เป็นมรดกโลก เน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรม)

 

ภาษา: ภาษาลาว (ทั้งสำเนียงลาวเหนือและสำเนียงกลาง), ภาษาไทย, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอังกฤษ

 

ศาสนา: พุทธนิกายเถรวาท

 

ภาพรวม ลักษณะทางภูมิศาสตร์ และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของแขวงหลวงพระบาง

 

แผนที่แสดงแขวงหลวงพระบาง ซึ่ง “แขวง” ของลาวเทียบเท่ากับ “จังหวัด” ของไทย (ขอบเขตของแขวงแรเงาด้วยแถบสีชมพู)

แผนที่แสดงลักษณะภูมิประเทศของแขวงหลวงพระบาง ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาและป่าไม้

แผนที่ตัวเมืองเก่าหลวงพระบาง อยู่ตรงบริเวณหัวแหลมที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง
[ที่มาของแผนที่: http://www.lonelyplanet.com/maps/asia/laos/luang-prabang/]

แผนที่ภูมิประเทศของตัวเมืองหลวงพระบาง

 

ภาพรวม

           แขวงหลวงพระบางเป็นแขวงที่อยู่ในภาคเหนือของประเทศลาว “เมืองหลวงพระบาง” ศูนย์กลางของแขวงเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 13-16 ซึ่งในปัจจุบันนี้ ทาง UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเมืองหลวงพระบางเป็นมรดกโลก ในฐานะเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ศาสนา สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ การผสมผสานระหว่างการพัฒนาชุมชนชนบทและชุมชนเมืองต่อเนื่องมาในช่วงไม่กี่ศตวรรษ แขวงหลวงพระบางมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น หอคำ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำเมือง หรือเขตอนุรักษ์ภูเลย (Phu Loei Protected Reserve)
 
 

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแขวงหลวงพระบาง

- ขนาดพื้นที่ทั้งหมดราว 16,875 ตารางกิโลเมตร (เป็นแขวงที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของลาว รองจากแขวงสะหวันนะเขต)

- จำนวนประชากรทั้งหมดในแขวงราว 408,800 คน (เป็นแขวงที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของลาว รองจากแขวงสะหวันนะเขต, นครหลวงเวียงจันทร์ และแขวงจำปาสัก) โดยตัวเมืองหลวงพระบางมีประชากรราว 50,000 คน

- มีสายการบินที่มีจุดหมายที่สนามบินหลวงพระบาง ได้แก่ บางกอกแอร์เวย์, การบินลาว และเวียดนามแอร์ไลน์

- แขวงหลวงพระบางแบ่งเป็นหน่วยการปกครองย่อยที่เรียกว่า “เมือง” เป็น 12 เมือง ดังนี้
 

[Credit แผนที่: Doãn Hiệu]

6-01: ເມືອງຫຼວງພະບາງ (เมืองหลวงพระบาง)
6-02: ເມືອງຊຽງເງິນ (เมืองเซียงเงิน)
6-03: ເມືອງນານ (เมืองนาน)
6-04: ເມືອງປາກອູ (เมืองปากอู)
6-05: ເມືອງນ້ຳບາກ (เมืองน้ำบาก)
6-06: ເມືອງງອຍ (เมืองงอย)
6-07: ເມືອງປາກແຊງ (เมืองปากแซง)
6-08: ເມືອງໂພນໄຊ (เมืองโพนไซ)
6-09: ເມືອງຈອມເພັດ (เมืองจอมเพ็ด)
6-10: ເມືອງວຽງຄຳ (เมืองเวียงคำ)
6-11: ເມືອງພູຄູນ (เมืองพูคูน)
6-12: ເມືອງໂພນທອງ (เมืองโพนทอง) – ไม่ปรากฏในแผนที่นี้

 

เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ

ภูเขาภูเลย [ที่มาของภาพ: http://www.namet.org/about.html]

 

          “พื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นกภูเลย” (Phou Louey Important Bird Area: IBA) ขนาด 60,070 เฮคเตอร์ ตั้งอยู่ภายในเขตอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติน้ำเอ็ด-ภูเลย (Nam Et-Phou Louey National Biodiversity Conservation Area: NBCA) โดยพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นกภูเลยตั้งอยู่ในแขวงหลวงพระบางและแขวงหัวพัน มีระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลางราว 700 – 1,800 เมตร เนื่องจากระดับความสูงที่ต่างกันทำให้ป่าในพื้นที่นี้มีทั้งป่าผลัดใบ, ป่าดิบแล้ง, ป่าดิบเชิงเขา และป่าดิบยอดเขา สายพันธุ์นกท้องถิ่นที่โดดเด่นในเขตนี้ ได้แก่ นกไต่ไม้สีสวย (Sitta Formosa), นกกระเต็นเฮอร์คิวลิส (Alcedo Hercules), นกเงือกคอแดง (Aceros nipalensis) และนกกระจิ๊ดคิ้วดำท้องขาว (Phylloscopus cantator)

 

ภาพวาดนกไต่ไม้สีสวย ในหนังสือ The Birds of Asia เล่ม 2 วาดโดย J Gould, HC Richter (http://www.archive.org/stream/BirdsAsiaJohnGoIIGoul#page/n179/mode/1up)

ภาพวาดนกกะเต็นเฮอร์คิวลิส ในหนังสือ Journal of the Bombay Natural History, Vol. X, No. 4, 1897. วาดโดย E.C. Stuart Baker.


ภาพถ่ายนกเงือกคอแดง [Credit ภาพ: Ujjal Ghosh]

ภาพถ่ายนกกระจิ๊ดคิ้วดำท้องขาว [Credit ภาพ: User “Pkspks” @ Wikipedia.org]

 

          “เขตอนุรักษ์ภูเลย” (Phou Loei Protected Reserve: PLI) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1993 ครอบคลุมพื้นที่ 1,465 ตารางกิโลเมตรในแขวงหลวงพระบางและแขวงหัวพัน มีสภาพเป็นพื้นที่สูงขรุขระ มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางราว 500-2,257 เมตร มีแม่น้ำคานและแม่น้ำซวงไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้  พื้นที่ราว 87% ของเขตอนุรักษ์ภูเลยเป็นป่าผสมระหว่างป่าผลัดใบกับป่าดิบ นอกจากนี้ยังมีป่าไผ่และทุ่งหญ้าซึ่งเป็นผลจากการทำไร่เลื่อนลอย พรรณสัตว์ประจำถิ่น ได้แก่ เสือลายเมฆ (Clouded leopard), เสือ และเสือดาว (Leopard)

 

 

ประวัติแขวงหลวงพระบาง

 

 “เมืองซวา”

- พื้นที่ตัวเมืองหลวงพระบางแต่เดิมนั้นมีชื่อว่า “เมืองซวา” (อ่านเป็น “เมืองซัว”) ถูกเผ่าไทพิชิตลงเมื่อ ปี ค.ศ.698

- “ขุนลอ” เจ้าชายเผ่าไทตามตำนาน ได้ขึ้นครองเมืองซวา ราชวงศ์ของขุนลอได้ปกครองเมืองซวาอยู่นานเกือบศตวรรษ

- ช่วงครึ่งหลังของคริสตศตวรรษที่ 8 อาณาจักรน่านเจ้า (บริเวณมณฑลยูนนานของจีนในปัจจุบัน) ได้เข้ามาแทรกแซงกลุ่มเมืองเล็กๆหลายเมือง บริเวณหุบเขาลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลางอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เมืองซวาถูกน่านเจ้ายึดได้ใน ปี ค.ศ.709

- ช่วงเวลาที่ว่าเมืองซวาตกอยู่ใต้อิทธิพลของอาณาจักรน่านเจ้า นานเท่าไหร่ไม่เป็นที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานกันว่า อาจสิ้นสุดลงก่อนที่จักรวรรดิขอม จะแผ่อิทธิพลขึ้นไปทางเหนือ ในสมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 (ครองราชย์ ค.ศ.877-889) ไปจนถึงดินแดนสิบสองปันนา (ตอนใต้สุดของมณฑลยูนนานของจีน ส่วนที่ติดกับชายแดนลาวในปัจจุบัน)

- ในช่วงเวลานั้น ชาวขอมโบราณได้สร้างเมืองหน้าด่านขึ้นที่ซายฟอง (ใกล้กับพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ในปัจจุบัน) อีกทั้ง อาณาจักรจามปา (อาณาจักรโบราณที่อยู่ตอนใต้ของเวียดนามในปัจจุบัน) ได้เริ่มแผ่อิทธิพลมายังพื้นที่ทางตอนใต้ของลาว จนถึง ค.ศ.1070

- “จันทพนิช” ผู้นำท้องถิ่นของซายฟองได้บุกเมืองซวา จนถูกยอมรับให้ขึ้นเป็นผู้ปกครองเมือง ซึ่งตอนนั้นได้หลุดออกจากอิทธิพลของอาณาจักรน่านเจ้าแล้ว และตั้งแต่ช่วงเวลานี้ เมืองซวาถูกเปลี่ยนชื่อเรียกตามภาษาตระกูลไตว่า “เซียงดงเซียงทอง”

 

“เมืองเซียงทอง”

- เซียงดงเซียงทองได้มีความขัดแย้งกับหลายหัวเมืองที่อยู่ใกล้เคียง จน “ขุนจวง” ที่อาจมาจากชนเผ่าขมุ ได้แผ่ขยายพื้นที่อิทธิพลด้วยการทำสงครามกับหัวเมืองเพื่อนบ้าน (รวมถึงยึดเซียงดงเซียงทองได้) ซึ่งขุนจวงปกครองเซียงดงเซียงทอง ระหว่าง ค.ศ.1128-1170 และในช่วงเวลานี้ที่ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เริ่มเข้ามาสู่เซียงดงเซียงทอง

- ต่อมาในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างปี ค.ศ.1185-1191 เซียงดงเซียงทองต้องเผชิญกับการแผ่ขยายอิทธิพลของจักรวรรดิขอม เมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปกครองขอม และในช่วงนั้น ดินแดนสิบสองปันนาได้แยกตัวออกจากอำนาจอิทธิพลของขอมสำเร็จ แต่หลังจากรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ขอมได้เสื่อมอำนาจลง มีการลุกฮือขับไล่ผู้ปกครองของขอม ที่เมืองสุโขทัย ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของขอมสมัยนั้น ในปี ค.ศ. 1238

 

“อาณาจักรล้านช้าง”

 

พระเจ้าฟ้างุ้ม: ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง

- พระยาสุวรรณคำผง ผู้ครองเมืองเซียงดงเซียงทอง ได้เนรเทศพระเจ้าฟ้าเงี้ยว (ขุนยักษ์ฟ้า) พระโอรส และพระเจ้าฟ้างุ้ม พระนัดดา ไปยังเมืองพระนครหลวงของขอม เมื่อคริสตทศวรรษ 1320 เพราะพระเจ้าฟ้าเงี้ยวได้ลอบเป็นชู้กับหนึ่งในพระมเหสีของพระยาสุวรรณคำผง

- พระเจ้าฟ้างุ้มได้อภิเษกสมรสกับพระนางแก้วกัลยา พระธิดาของกษัตริย์ขอม และด้วยความสนับสนุนจากขอม พระเจ้าฟ้างุ้มได้ยกพล 10,000 นายบุกเมืองเซียงดงเซียงทอง เพื่อชิงราชสมบัติมาสำเร็จ และในปี ค.ศ.1353 พระเจ้าฟ้างุ้ม ได้ก่อตั้ง “อาณาจักรล้านช้างร่มขาว” (อาณาจักรล้านช้าง) ขึ้น โดยมีเซียงดงเซียงทองเป็นเมืองหลวง

- พระเจ้าฟ้างุ้มได้ทูลขอ “พระบาง” พระพุทธรูปสำคัญของลาวในปัจจุบันจากทางขอม ซึ่งข้อมูลยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพระพุทธรูปองค์นี้ได้ประดิษฐานที่หลวงพระบางเมื่อไหร่ บ้างก็ว่าในรัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม บ้างก็ว่าประดิษฐานที่เวียงจันเวียงคำ (นครหลวงเวียงจันทน์ในปัจจุบัน) ก่อนอัญเชิญมาหลวงพระบางในรัชสมัยหลังจากนั้น

 


การอัญเชิญพระบางเพื่อขึ้นขบวนแห่ในงานประเพณีปีใหม่ลาว
[Credit ภาพ: Eric Lafforgue http://www.flickriver.com/photos/mytripsmypics/tags/luangprabang/]